RUSSIA2018 อังกฤษ กับ เส้นทางและโอกาสในการคว้าแชมป์โลก 2018

RUSSIA2018 อังกฤษ กับ เส้นทางและโอกาสในการคว้าแชมป์โลก 2018

ทีมชาติ : อังกฤษ

n10.1 - Copy

ทีมชาติ : อังกฤษ
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง ฟุตบอลโลกฉบับรัสเซีย 2018 จะเปิดฉากขึ้นแล้ว วันนี้เรามาดูม้ามืดลำดับต้นๆ ของการแข่งขันครั้งนี้ หนึ่งในนั้นก็คิอ ทีมชาติอังกฤษ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ทีมชาติอังกฤษ ถือว่าเป็นทีมขวัญใจมหาชนของแฟนบอลทั่วโลก เนื่องจากหลายคนคุ้นชินกับการรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จนส่งผลให้ “สิงโตคำราม” ได้รับการติดตามสืบเนื่องมาจากฟุตบอลลีก ซึ่งนักเตะของทีมชาติอังกฤษหลายคนก็เป็นแข้งที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นไอดอลของใครหลายคนตั้งแต่สมัยอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เช่น อลัน เชียร์เรอร์, เดวิด เบ็คแฮม, ไมเคิล โอเว่น, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, เดวิด ซีแมน และแฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นต้น

     อย่างไรก็ตามไม่น่าเชื่อว่าทีม “ทรี ไลอ้อนส์” ซึ่งรายล้อมไปด้วยในเตะชื่อก้องในทุกยุคจะเคยคว้าแชมป์โลกได้เพียง 1 ครั้งจากการลงเล่น 14 ครั้ง คือในปี 1966 ที่เอาชนะ เยอรมัน ได้ 4-2 ในสมัยที่ตนเองเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็ยังเป็นที่ค้างคาใจแฟนบอลทั่วโลกอยู่จนถึงปัจจุบัน เพราะชัยชนะที่ได้มานั้นไม่ขาวสะอาดนั่นเอง และทุกๆครั้งอังกฤษจะเล่นดีรอบคัดเลือกและบอลอุ่นเครื่องซะเป็นส่วนใหญ่ แต่พอรอบสุดท้ายกลับทำผลงานเหมือนกับทีมดาดๆทั่วไป จนได้รับฉายาว่าหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมนั่นเอง

ขณะที่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้อังกฤษต้องมีเรื่องที่ต้องพิสูจน์ตัวเองหลายต่อหลายอย่าง ทั้งกุนซือประสบการณ์น้อย, แข้งดาวรุ่งที่ยังไม่เคยสัมผัสทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และการที่มักชอบตกม้าตายในการแข่งขันรายการสำคัญๆ เพื่อพาทีมหยิบโทรฟีเวิลด์ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 2

ทีมร่วมกลุ่ม G วันและเวลาการแข่งขัน

n10.3

ทีมร่วมกลุ่ม G วันและเวลาการแข่งขัน
นัดที่ 1 เจอกับ ตูนิเซีย วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2561 เวลา 01.00 น.
นัดที่ 2 เจอกับ ปานามา วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561 เวลา 19.00 น.
นัดที่ 3 เจอกับ เบลเยี่ยม วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2561 เวลา 01.00 น.

เส้นทางและโอกาสในการเข้าชิงชนะเลิศ

n10.4

โอกาสผ่านเข้ารอบ : 80% ในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม
คาดการณ์เส้นทางและโอกาสในการเข้าชิงชนะเลิศ
กรณีเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม
รอบ 16 ทีมสุดท้าย เจออันดับ 2 ของกลุ่ม H (โคลัมเบีย หรือ เซเนกัล)
รอบควอเตอร์ไฟน่อล (บราซิล)
รอบเซมิไฟน่อล (ฝรั่งเศส หรือ โปรตุเกส หรือ อาร์เจนติน่า)
รอบชิง (เยอรมัน สเปน)
กรณีเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม
รอบ 16 ทีมสุดท้าย เจออันดับ 2 ของกลุ่ม H (โคลัมเบีย หรือ เซเนกัล)
รอบควอเตอร์ไฟน่อล (เยอรมัน)
รอบเซมิไฟน่อล (สเปน หรือ อาร์เจนติน่า)
รอบชิง (ฝรั่งเศส หรือ อาร์เจนติน่า)
*หมายเหตุ เป็นแค่การคาดเดาเส้นทางเท่านั้น กรณีที่ทีมเต็งในกลุ่มอื่นๆสามารถทำคะแนนได้เป็นอันดับ 1 ส่วน อาร์เจนติน่า แอตมินวิเคราะห์ได้ใน 2 กรณีคืออันดับ 1 และอันดับ 2 ในกลุ่ม
หากมองดูเส้นทางการแข่งขันครั้งนี้ หากผ่านเข้ารอบไปได้ในฐานะทีมอันดับ 1 ของกลุ่มโอกาสก็อาจจะต้องไปเจอ บราซิล ทีมเต็ง 1 ในรอบควอเตอร์ไฟน่อล หรือถ้าหากพลาดเกิดได้อันดับ 2 ในกลุ่มขึ้นมา ก็ยังอาจจะต้องเจอแชมป์เก่าอย่างเยอรมัน ในรอบ ควอเตอร์ไฟน่อลเช่นกัน ซึ่งไม่ว่าอังกฤษจะเจอใครสถานการณ์จะเป็นรองทั้งหมด เรียกได้ว่าเส้นทางไม่ได้ง่ายเลยกับการที่จะคว้าแชมป์โลกได้ในครั้งนี้

รายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติอังกฤษ

n10.2

รายชื่อ 23 นักเตะ

     สำหรับรายชื่อ 23 คนสุดท้ายของทีมชาติอังกฤษในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีชื่อของแข้งดาวดังหลายคน ทั้ง แจ็ค วิลเชียร์,โจ ฮาร์ท, ไรอัน เบอร์ทราน, คริส สมอล์ลิง และอดัม ลัลลานา แต่กลับมีชื่อของดาวรุ่งหลายคน เช่น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ติดทีมมาด้วย

ผู้รักษาประตู : แจ็ค บัตแลนด์, จอร์แดน พิคฟอร์ด, นิค โป๊ป

กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แกรี่ เคฮิลล์, ฟาเบียน เดลฟ์, ฟิล โจนส์, แฮร์รี่ แม็คไกว์, แดนนี่ โรส, จอห์น สโตนส์, คีแลน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์, แอชลีย์ ยัง

กองกลาง : เดเล่ อัลลี, เอริค ดายเออร์, จอนแดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, รูเบน ลอฟตัส-ชีค

กองหน้า : แฮร์รี่ เคน, เจมี่ วาร์ดี, มาร์คัส แรซฟอร์ด, ราฮีม สเตอร์ลิง และแดนนี่ เวลเบ็ค

โค้ช : แกเร็ธ เซาธ์เกต

n10.5

โค้ช : แกเร็ธ เซาธ์เกต

    จากอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ที่เคยผ่านสมรภูมิฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้งในฐานะนักเตะอาชีพคือในปี 1998 และ2002 แต่ไม่สามารถช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันผันตัวมารับบทบาทเป็นเฮดโค้ชผู้นำทีมชาติไปลุยศึกเวิลด์ คัพ 2018

     สำหรับเทรนเนอร์วัย 47 ปีรายนี้ ตั้งแต่ปี 2016 โดยเข้ามาเป็นกุนซือรักษาการณ์แทนที่ แซม อัลลาไดซ์ ที่คุมทีมได้เพียง 1 เกม ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมอย่างถาวนในเวลาต่อมา

    เซาธ์เกต พาทีม “ทรี ไลอ้อนส์” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยชนะได้ถึง 7 เกม เสมอ 6 เกม และแพ้เพียง 2 เกมหลัง เซาท์เกธ เข้ามาคุมทีมอย่างเป็นทางการ พร้อมผ่านเข้าสู้รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก จากการเป็นแชมป์กลุ่มเอฟหลังเก็บ 26 แต้ม จาก 10 เกม พร้อมทำสถิติไม่แพ้ทีมใดอีกด้วย

     โดยจุดเด่นของกุนซือรายนี้คือการเน้นใช้นักเตะดาวรุ่งเป็นหลัก เนื่องจากเคยทำงานกับชุดยู-21 มาก่อนทำให้ เซาธ์เกต มีศักยภาพในการกระตุ้น รวมถึงดึงพลังแฝงของเหล่านักเตะดาวโรจน์ออกมา นอกจากนั้นยังเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทีมที่ก่อนหน้านี้เน้นการเปิดเกมบุกมาเล่นแบบรัดกุม แล้วเน้นจังหวะโต้กลับแทน ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดีในระดับนึง

    อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังเป็นกังวลว่าด้วยประสบการณ์ของเฮดโค้ชรายนี้ในรายการใหญ่ รวมถึงทัพนักเตะทั้ง 23 คน ที่มีนักเตะดาวรุ่งมากเกินไปจะทำให้ทีมเสียกระบวน และตกรอบแรกๆเหมือนทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆที่ผ่านมาหรือไม่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ เซาธ์เกต ต้องพิสูจน์ให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นในเวิลด์ คัพ ครั้งนี้

สตาร์ประจำทีม : แฮร์รี่ เคน

n10.6

สตาร์ประจำทีม : แฮร์รี่ เคน

    สำหรับทีมชาติอังกฤษขาดกองหน้าที่เป็นเพชรฆาตไปนานนับตั้งแต่หมดยุคของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, แกร์รี่ ลินิเกอร์, อลัน เชียร์เรอร์ และไมเคิล โอเว่น ซึ่งหลังจากนั้นก็ยังไม่มีหัวหอกตัวความหวังของทีมที่จะฝากความหวังไว้ได้

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่การขึ้นมาของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าของทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ยิงได้รวมกันถึง 135 ประตู ตลอดการลงเล่นสี่ฤดูกาลหลังสุด พร้อมติดทีมชาติมาตั้งแต่ชุด U17, U19, U20, U21 เรื่อยมาจนถึงทีมชุดใหญ่ “สิงโตคำราม” ก็ดูจะมีความหวังในการทวงคืนความยิ่งใหญ่มากขึ้น

    แข้งวัย 24 ปี ถือว่าเป็นกองหน้าที่มีพิษสงรอบด้าน ทั้งมีความเร็วในการเลี้ยงบอล, ยิงได้ 2 เท้า รวมถึงมีความแข้งแกร่งในลูกกลางอากาศทำให้เขาทำประตูในนามทีมชาติได้อย่างเป็นกอบเป็นกำด้วยการยิง 13 ประตูจาก 24 นัด

โดยในฟุตบอลโลกครั้งนี้สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวได้รับการจับตามองมากขึ้นไปอีก เพราะเขาได้รับความไว้วางใจเป็นกัปตันทีมของทัพ “ทรี ไลออนส์” ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันใหญ่หลวงสำหรับศึกเวิลด์ คัพ ครั้งแรกของตนเอง หลังไม่สามารถงัดฟอร์เก่งในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกของตนเองอย่างศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสได้ ดังนั้นถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะก้าวผ่านความกดดัน และขึ้นไปเป็นนักเตะชั้้นนำของดลกได้หรือไม่

    ขณะที่ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “แฮร์รี มีคุณสมบัติส่วนตัวบางอย่างที่ยอดเยี่ยม เขามีควาามเป็นมืออาชีพ รวมถึงและมีการตั้งมาตรฐานให้ตัวเองทุกวันซึ่งนั่นคือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญซึ่งกัปตันทีมควรจะมี”

     และทั้งหมดนี้คือการตรวจความพร้อมของทีมมหาชนอย่างทัพ “สิงโตคำราม” ซึ่งเชื่อว่ามีหลายคนให้กำลังใจพวกเขาอยู่ฟุตบอลโลก 2018 ดังกล่าว ซึ่งต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วทีมชาติอังกฤษจะทำผลงานได้ดีจนสร้างเซอร์ไพรซ์หยิบแชมป์โลกมาครองได้หรือไม่

87

Please follow and like us:
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial